Friday, April 17, 2009

ลำดับ๕๕๕.เหตุการณ์หลังการตั้งรัฐบาลผสม(๑)

บทที่ ๑

ในที่สุดการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม ๓ ฝ่ายก็สำเร็จลงในวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๐๕ ซึ่งในช่วงเวลาที่ยังตกลงกันไม่ได้นั้น อเมริกาได้ส่งความช่วยเหลือทางทหารหลั่งไหลเข้ามายังสวันเขต ฐานที่มั่นของภูมี และกำลังฝ่ายภูมีก็ได้บุกโจมตีเพื่อจะยึดคืนจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆคืนจากแนวลาวรักชาติ โดยมีที่ปรึกษาอเมริกันในเครื่องแบบทหารบกอเมริกันกำกับการสู้รบอยู่ด้วยทุกสนามรบ

เมื่อใดที่กองกำลังของภูมีได้เปรียบในสนามรบ เมื่อนั้นการเจรจาสงบก็ไม่มี แต่เมื่อใดที่กองกำลังของภูมีปราชัยในสนามรบการเจรจาจึงจะเกิดขึ้น อันแสดงถึงความไม่จริงใจของภูมีที่จะเจรจา และในทางกลับกันก็แสดงให้เห็นถึงความรักประเทศชาติ รักประชาชนและรักสันติของแนวลาวรักชาติหรือฝ่ายปเทดลาว ซึ่งพร้อมจะเปิดการเจรจากับฝ่ายภูมีทุกโอกาส ถึงแม้ว่าฝ่ายตนพร้อมที่จะส่งภูมีลงนรกก็ตาม

ในการละเมิดข้อตกลงของภูมีดังกล่าวนี้ ทั้งๆ ที่สหรัฐอเมริกาเป็นตัวบงการ เพราะไม่ต้องการเห็นรัฐบาลเป็นกลางเกิดขึ้นในลาวหรือที่ไหนๆ ในโลก (ดังที่สหรัฐปฏิเสธข้อเรียกร้องของเจ้านโรดม สีหนุ ที่ให้รับรองความเป็นกลางของกัมพูชา) แต่สหรัฐอเมริกากลับตบตาชาวโลก ด้วยการแสดงละครกดดันภูมีโดยไม่จ่ายเงินให้รัฐบาลเจ้าบุญอุ้มที่เคยจ่ายให้ประจำเดือนละ ๕ ล้านดอลล่าร์ รวมทั้งยุติการส่งอาวุธให้ด้วย แต่ท้าวคำสุก แก้วลารัฐมนตรีคลังของเจ้าสุวรรณภูมากล่าวว่า

“ลูกไม้ของมันนะ เงินพิเศษที่อเมริกันจ่ายให้ภูมี จ่ายทางจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ น้าของมันในเมืองไทยต่างหาก แล้วน้าของมันจึงส่งผ่านมาให้มัน ถ้าอเมริกันจะกดดันมันจริงๆ ทำไมไม่ตัดความช่วยเหลือทางอาวุธเล่า”

เกี่ยวกับปัญหานี้ นายจ๊าคส์ นีวอร์ค ผู้สื่อข่าวสงครามของนิวยอร์คไทม์ประจำเวียงจันทน์ ได้รายงานข่าวในหนังสือพิมพ์นั้นฉบับวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๕ มีความตอนหนึ่งว่า

“อย่างไรก็ดีสหรัฐอเมริกายังคงให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กองทัพของนายพลภูมี ทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ กระสุนและน้ำมันเชื้องเพลิง ไม่เคยมีการตัดทอนลงเลย การขนส่งโดยเครื่องบินจากทางจีนก๊กมิ่นตั๋งยังคงมีอยู่เป็นประจำ ที่ปรึกษาทางทหารอเมริกันสวมเครื่องแบบนายทหารยังคงปฏิบัติการอยู่กับทหารของภูมีเป็นประจำทุกกองพัน”


รัฐบาลผสมที่จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๐๕ ได้แบ่งกระทรวงกันตามข้อตกลงครั้งแรกนั้นเอง และยังมีข้อตกลงทางทหาร คือให้กำลังของทั้ง ๓ ฝ่ายรวมกันเป็นกองกำลังผสมแห่งชาติ ให้ฝ่ายแนวลาวรักชาตินำทหารมาร่วมกำลังผสม ๑,๐๐๐ คน ส่วนที่เหลือจากนี้ให้ปลดปล่อยกลับภูมิลำเนาเดิม

No comments: