Tuesday, June 26, 2007

บทความที่ ๑๗๕. บทความเนื่องในวาระ ๗๕ ปีการอภิวัฒน์การปกครอง ตอนที่ ๙ (จบ)

บทความเนื่องในวาระ ๗๕ ปีการอภิวัฒน์การปกครอง
แผนลิดลอนปรีดี พนมยงค์
ตอนที่ ๙. สัตบุรษคืนแผ่นดิน (จบ)

"ข้าพเจ้ารู้สึกว่าความยุติธรรมหนีความยุติธรรมไม่พ้น ความยุติธรรม ต้องเป็นความยุติธรรมเพราะฉะนั้นจะต้องกระจ่างแจ้งออกมา ให้แลเห็นชัดในวันหนึ่ง"
พระยาพหลพลพยุหเสนา


ในคำปรารภของ พ.ร.บ. ให้ยกเลิกกฤษฎีกาที่ให้ปิดสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า “โดยที่สภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่า โดยที่คณะรัฐมนตรีมีพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นายกรัฐมนตรี ได้ทูลเกล้าถวายคำปรึกษาให้ประกาศพระราชกฤษฎีกา ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๖ และรับสนองพระบรมราชโองการปิดสภาผู้แทนราษฎร และงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา โดยมิต้องอาศัยอำนาจในรัฐธรรมนูญประการใด ซึ่งทำให้เสื่อมทรามความศักดิ์สิทธิ์แห่งรัฐธรรมนูญ พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีใหม่ พร้อมด้วยทหารบก ทหารเรือ และพลเรือน จึงต้องจัดการให้คณะรัฐมนตรีชุดเก่าลาออกไป เพื่อเป็นทางที่จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เปิดสภาผู้แทนราษฎร”

นายฟัก ณ สงขลา ส.ส.จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เสนอให้คณะกรรมการสอบสวน นายปรีดี พนมยงค์ ตามข้อกล่าวหาของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ว่าเป็นคอมมิวนิสต์ สภาฯ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประกอบด้วย หม่อมเจ้าวรรณ ไวทยากร วรวรรณ พระยานลราชสุวัจน์ พระยาศรีสังกร และที่ประชุมสภายังได้อนุมัติให้เซอร์โรเบิต ฮอลแลนด์ กับมองซิเออร์กียอง มาเป็นผู้ชำนาญสำหรับกรรมาธิการสามัญคณะนี้จะได้ซักถาม

เมื่อคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้วได้รายงานให้สภาทราบว่าคณะกรรมาธิการสามัญได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายปรีดี พนมยงค์ ไม่มีมลทินเป็นคอมมิวนิสต์ ดังที่ถูกกล่าวหาเลย สภาจึงได้ลงมติเห็นชอบตามที่กรรมาธิการเสนอ

ต่อจากนั้น พระยาพหลพลพยุหาเสนา นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อที่ประชุมสภาว่า

เรื่องที่หลวงประดิษฐ์ฯ ต้องหานี้ ที่จริงข้าพเจ้ารักษาเป็นความกลางไว้ ข้าพเจ้ารู้ดีในเรื่องเหล่านี้ แต่ข้าพเจ้าไม่อยากจะแสดงออกไปให้มหาชนเห็นว่าข้าพเจ้าเข้าข้างหลวงประดิษฐ์ฯ หรือข้าพเจ้ามีใจโอนเอียงไปในทางนั้น ข้าพเจ้าจึงปกปิดความเอาไว้ในใจให้เป็นไปในทางที่บริสุทธิ์

ดีที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่าความยุติธรรมหนีความยุติธรรมไม่พ้น ความยุติธรรม ต้องเป็นความยุติธรรม

เพราะฉะนั้นจะต้องกระจ่างแจ้งออกมา ให้แลเห็นชัดในวันหนึ่ง
ถึงข้าพเจ้าจะรู้เต็มใจ ข้าพเจ้าก็ไม่ขยายให้แลเห็นไรฟัน ที่ท่านจะแลเห็นวันที่หลวงประดิษฐ์ฯ ไปจากพระนครในเวลาที่ลงเรือ ข้าพเจ้าไปส่ง ข้าพเจ้าได้แสดงกิริยาอะไร หนังสือพิมพ์ลงแล้ว ทำไมข้าพเจ้าจึงแสดงกิริยาอย่างนั้น เพราะข้าพเจ้ารู้เต็มใจว่าไม่เป็นไปดังนั้น เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงกล้าทำตัวว่าจะมีใครมาฆ่าข้าพเจ้าตาย ข้าพเจ้าก็ยอมตายเพื่อแสดงให้แลเห็นจริงใจว่าคนดี ๆ แล้ว ก็เป็นไปเสียอย่างนั้น...แต่เพราะเหตุว่าคนไม่ผิดและคนดี ๆ แท้ ๆ แต่ทว่าพูดไม่ออกถูกเอาดินหม้อทาหน้าเพราะฉะนั้นข้าพเจ้านิ่งไว้จนให้มหาชนแลเห็นให้ขาว ฯลฯ”

หลังจากการประชุมสภาแล้ววันนั้นสมาชิกทั้งประเภทที่ ๑ และประเภทที่ ๒ ได้ร่วมกันจัดให้มีการเลี้ยงแสดงความยินดีต่อนายปรีดี พนมยงค์ ที่สภาได้ลงมติเห็นชอบกับความเห็นของคณะกรรมาธิการ ที่ว่าหลวงประดิษฐ์ มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์)ไม่มีมลทินมัวหมอง ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์

เรียบเรียงจาก “แผนลิดลอนปรีดีฯ”
ประจวบ อัมพะเศวต ธ.บ.ศิษย์ ต.ม.ธ.ก รุ่น ๒ อดีตประธานนักศึกษา มธก.เคยรับราชการที่กระทรวงการคลัง และ รพช.เป็นนักเขียนอิสระ

No comments: